counter 109,506

about friends

เรากำลังคิดว่า บางที เราอาจจะไม่ใช่สัตว์สังคมเหมือนคนอื่นๆเค้ารึเปล่า
เพราะทุกครั้งที่เข้าไปอยู่ร่วมกับคนกลุ่มใดกลุ่มนึง
จนแล้วจนรอด
เราจะต้องรู้สึกอยากถีบตัวเองออกมาทุกที


การมีเพื่อนเยอะๆมันก็ดี แน่นอนล่ะ มันดีแน่ๆ แต่มันก็ตามมาด้วยปัญหามากมาย
มันก็เกิดจากการที่ถูกเลี้ยงดูมาจากต่างครอบครัว คิดไม่เหมือนกัน รู้สึกไม่เหมือนกัน


ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เราพบสัจธรรมอีกหลายข้อ
เราได้รู้ว่า การที่เราพูดอย่างที่เราคิด แสดงออกอย่างที่เรารู้สึก
เราอาจจะโดนมองว่าเป็นคนอารมณ์ร้าย
ในขณะที่ ถ้าเราทำต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่าง โกหกเอาตัวรอดไปวันๆ
ก็อาจจะทำให้ดูน่าเห็นใจ ทำอะไรไม่ผิดซะงั้น


แล้วเราก็ได้คิดเรื่องบุคลิกของตัวเอง ที่ใครต่อใครก็บอกว่าเราน่ากลัว
จะว่าไป ไอ้บุคลิกภายนอกของเราเนี่ย ก็สร้างปัญหาให้เรามาไม่รู้กี่หนต่อกี่หน
แต่จะให้แก้ก็ทำไม่ได้
เพราะยังไง๊ ยังไง ก็รู้สึกว่า มันก็เป็นเหมือนเกราะป้องกันตัวอย่างนึงของเรา
ช่วยคัดเลือกคนที่จะเข้ามาอยู่ด้วยกัน ถ้าเค้ารับเราได้ เค้าก็จะจริงใจกับเรา เราก็จะจริงใจกับเค้า


ความใจดี ใจกว้าง มันเป็นข้อดี ที่ทำให้มีแต่คนรัก
แต่มันก็เป็นข้อเสีย ที่ทำให้เรามักจะต้องเจ็บช้ำน้ำใจเพราะคนที่เรารักเสมอ


เรียกว่า เจอคนที่เค้าดีกับเรา มันก็ถือว่าโชคดีไป เจอคนมาหลอกใช้เนี่ยสิ มันจะแย่


ถึงจะดูว่าเราน่ากลัว แต่กับคนที่รู้จักก็ไม่เคยกล้าว่าเค้าออกไปตรงๆหรอกนะ
ในใจอาจจะอยากยังไง มันก็ไม่เคยจะพูดออกไปได้ซักที
เพราะคิดว่า บางที ก็ไม่อยากจะเอามาตรฐานความคิดของตัวเองไปวัดคนอื่น
เราคิดว่าแบบนี้มันดี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป


แล้วนั่นมันก็เป็นประเด็นสำคัญเลยล่ะ


เมื่อเราได้รู้จักใครซักคน แล้วเค้าทำให้เรารู้สึกว่าอดทนพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้
เราก็จะเซย์บาย ลาก่อนเลยทีเดียว
จะไม่มีการมานั่งดุด่าโกรธงอน หรือทำอะไรให้เค้ารู้สึกหรอกว่าชั้นไม่พอใจ
เพราะเราคิดว่า สันดานมันไม่ใช่จะเปลี่ยนกันง่ายๆ และเค้าไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนเพื่อเรา


คนเราน่ะ เมื่อทำอะไรโดยไม่นึกถึงความรู้สึกอีกฝ่ายแล้วล่ะก็
สำหรับเรา เราถือว่า อย่าคบกันต่อไปอีกเลย
ในเมื่อวันนี้เธอไม่แคร์ ไม่ใส่ใจว่าชั้นจะรู้สึกยังไง ชั้นก็ไม่คิดว่า วันข้างหน้าเธอจะคิดถึงชั้นขึ้นมาหรอก


อย่างนี้ล่ะมั้ง ปัจจุบันเลยไม่มีคนคบ ฮ่าๆ


แต่มันก็มีน่ะนะ ไม่กี่คน ที่เราตัดใจทำแบบนั้นไม่ได้
คนที่มันรักไปแล้วจริงๆ คนที่ฟันฝ่าผ่านเรื่องต่างๆมาด้วยกัน และคนที่ไว้ใจเราพอๆกับที่เราไว้ใจเค้า
สามแบบนี้ล่ะมั้ง ที่ต่อให้มีเรื่องอะไรก็คงจะเลิกคบกันไม่ได้ง่ายๆ


 


เฮ้อ...


กับบางคน เค้าไม่ได้คิดเหมือนเรา ก็คงจะต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดหน่อยนะ


เชื่อมั้ยล่ะว่า
คนที่เกลียดมันเลวกับเราแค่ไหน ก็เจ็บไม่เท่าคนที่รักโกหกเราแค่คำเดียวหรอก


 


 

about friends

เรากำลังคิดว่า บางที เราอาจจะไม่ใช่สัตว์สังคมเหมือนคนอื่นๆเค้ารึเปล่า
เพราะทุกครั้งที่เข้าไปอยู่ร่วมกับคนกลุ่มใดกลุ่มนึง
จนแล้วจนรอด
เราจะต้องรู้สึกอยากถีบตัวเองออกมาทุกที


การมีเพื่อนเยอะๆมันก็ดี แน่นอนล่ะ มันดีแน่ๆ แต่มันก็ตามมาด้วยปัญหามากมาย
มันก็เกิดจากการที่ถูกเลี้ยงดูมาจากต่างครอบครัว คิดไม่เหมือนกัน รู้สึกไม่เหมือนกัน


ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เราพบสัจธรรมอีกหลายข้อ
เราได้รู้ว่า การที่เราพูดอย่างที่เราคิด แสดงออกอย่างที่เรารู้สึก
เราอาจจะโดนมองว่าเป็นคนอารมณ์ร้าย
ในขณะที่ ถ้าเราทำต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่าง โกหกเอาตัวรอดไปวันๆ
ก็อาจจะทำให้ดูน่าเห็นใจ ทำอะไรไม่ผิดซะงั้น


แล้วเราก็ได้คิดเรื่องบุคลิกของตัวเอง ที่ใครต่อใครก็บอกว่าเราน่ากลัว
จะว่าไป ไอ้บุคลิกภายนอกของเราเนี่ย ก็สร้างปัญหาให้เรามาไม่รู้กี่หนต่อกี่หน
แต่จะให้แก้ก็ทำไม่ได้
เพราะยังไง๊ ยังไง ก็รู้สึกว่า มันก็เป็นเหมือนเกราะป้องกันตัวอย่างนึงของเรา
ช่วยคัดเลือกคนที่จะเข้ามาอยู่ด้วยกัน ถ้าเค้ารับเราได้ เค้าก็จะจริงใจกับเรา เราก็จะจริงใจกับเค้า


ความใจดี ใจกว้าง มันเป็นข้อดี ที่ทำให้มีแต่คนรัก
แต่มันก็เป็นข้อเสีย ที่ทำให้เรามักจะต้องเจ็บช้ำน้ำใจเพราะคนที่เรารักเสมอ


เรียกว่า เจอคนที่เค้าดีกับเรา มันก็ถือว่าโชคดีไป เจอคนมาหลอกใช้เนี่ยสิ มันจะแย่


ถึงจะดูว่าเราน่ากลัว แต่กับคนที่รู้จักก็ไม่เคยกล้าว่าเค้าออกไปตรงๆหรอกนะ
ในใจอาจจะอยากยังไง มันก็ไม่เคยจะพูดออกไปได้ซักที
เพราะคิดว่า บางที ก็ไม่อยากจะเอามาตรฐานความคิดของตัวเองไปวัดคนอื่น
เราคิดว่าแบบนี้มันดี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป


แล้วนั่นมันก็เป็นประเด็นสำคัญเลยล่ะ


เมื่อเราได้รู้จักใครซักคน แล้วเค้าทำให้เรารู้สึกว่าอดทนพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้
เราก็จะเซย์บาย ลาก่อนเลยทีเดียว
จะไม่มีการมานั่งดุด่าโกรธงอน หรือทำอะไรให้เค้ารู้สึกหรอกว่าชั้นไม่พอใจ
เพราะเราคิดว่า สันดานมันไม่ใช่จะเปลี่ยนกันง่ายๆ และเค้าไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนเพื่อเรา


คนเราน่ะ เมื่อทำอะไรโดยไม่นึกถึงความรู้สึกอีกฝ่ายแล้วล่ะก็
สำหรับเรา เราถือว่า อย่าคบกันต่อไปอีกเลย
ในเมื่อวันนี้เธอไม่แคร์ ไม่ใส่ใจว่าชั้นจะรู้สึกยังไง ชั้นก็ไม่คิดว่า วันข้างหน้าเธอจะคิดถึงชั้นขึ้นมาหรอก


อย่างนี้ล่ะมั้ง ปัจจุบันเลยไม่มีคนคบ ฮ่าๆ


แต่มันก็มีน่ะนะ ไม่กี่คน ที่เราตัดใจทำแบบนั้นไม่ได้
คนที่มันรักไปแล้วจริงๆ คนที่ฟันฝ่าผ่านเรื่องต่างๆมาด้วยกัน และคนที่ไว้ใจเราพอๆกับที่เราไว้ใจเค้า
สามแบบนี้ล่ะมั้ง ที่ต่อให้มีเรื่องอะไรก็คงจะเลิกคบกันไม่ได้ง่ายๆ


 


เฮ้อ...


กับบางคน เค้าไม่ได้คิดเหมือนเรา ก็คงจะต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดหน่อยนะ


เชื่อมั้ยล่ะว่า
คนที่เกลียดมันเลวกับเราแค่ไหน ก็เจ็บไม่เท่าคนที่รักโกหกเราแค่คำเดียวหรอก


 


 

Hotwave


หลังจากงานจับมือกอล์ฟไมค์ที่ฮอตเวฟจัดขึ้น
ทำให้ตอกย้ำเหตุผลของคำถามที่ว่า
"ทำไมกอล์ฟไมค์ต้องมีการ์ด"
"ทำไมกอล์ฟไมค์ถึงบอกคิวงานทุกคิวไม่ได้"
"ทำไมกอล์ฟไมค์ต้องเดินหลบแฟนๆ"


เพราะความไม่เป็นระเบียบ บ้าคลั่ง ไร้สติ ที่เห็นได้ชัดเจนมากๆ ตอนกอล์ฟไมค์ปรากฏตัวออกมา


ถ้าเราพูดแบบนี้ ก็จะต้องมีคนนึกในใจว่า คิดว่าตัวเองดีเลิศนักล่ะสิยะ เที่ยวด่าชาวบ้านเค้าอีกแล้ว
อย่างที่เฮดไดบอก just my opinion เรามีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น
ใครเห็นไม่ตรงกับเราก็แล้วแต่ เราไม่แคร์


ตอนที่เรายืนอยู่ พอกอล์ฟไมค์ออกมา แล้วเดินเข้าไปในตู้ปลา
คนมากมายเบียดเสียด แตกกระจายจากแถวที่จัดไว้ แม้แต่ที่กั้นเหล็กก็ยังกั้นไม่อยู่
เราถึงกับต้องเดินไปสะกิดบอกคนนึงว่า ถ้าไม่ได้อยู่ในแถวช่วยออกไปหน่อยได้มั้ย
เพื่อนเค้ากลับพูดใส่หน้าเราว่า ยืนไปเถอะ ไม่ได้จะเข้าไปจับมือซะหน่อยแค่จะถ่ายรูป


เราก็เอ๊ะ นี่ชั้นทำผิดเหรอ ที่กล้าบอกคนที่ไม่มีเบอร์ แต่มาปีนรั้วอยู่ในแถว
ว่าช่วยออกไป เพื่อรักษาสิทธิ์ให้คนที่อยู่ในแถว ให้คนที่เค้ามายืนรอเป็นชั่วโมงๆ
เราผิดเหรอ...


ซักพัก เรากับพี่อ้อย พี่จุ๊บ ก็ได้แต่ไปยืนอยู่มุมนึงของรั้ว มองไม่เห็นหน้าน้อง ไม่ได้ยินเสียง
ยืนมองรั้วที่มันเบี้ยวกระจัดกระจาย
แล้วทนไม่ไหวอีกครั้ง เดินไปขยับรั้วให้มันกลับเข้าที่ ทั้งๆที่มีคนยืนอยู่บนนั้น
เค้าห้นมามองหน้าเรา เราก็พูดไปลอยๆว่า โตๆกันแล้ว ถ้าไม่ได้ต่อแถวก็ช่วยออกไปหน่อย
เค้าก็ยอมออกไป แต่ทิ้งสายตารังเกียจไว้ที่เรา


เรามายืนถามตัวเองว่า ชั้นทำผิดอีกแล้วใช่มั้ย


เราได้แต่ถามตัวเองนะ ว่า ทำไม ทำไม ทำไม
แฟนคลับ แฟนเพลง คนที่อยากจะเข้าไปจับมือกอล์ฟไมค์ หลายๆคน
ถึงไม่ยอมตั้งแถวให้ดี ทำตัวเองให้มีระเบียบ


รู้บ้างรึเปล่า ว่าการทำแบบนี้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้คนเข้าไปทำร้ายร่างกายกอล์ฟไมค์ได้
เป็นการเปิดช่องให้คนเค้ามาว่าเอาได้ ว่าพวกบ้าดารา คลุ้มคลั่ง
พอต้องใช้วิธีมีการ์ดมากัน คนอื่นเค้าก็หาว่า กอล์ฟไมค์มันเว่อร์
ทำให้คนมองว่า ทำไมกอล์ฟไมค์ต้องทำตัวสูงศักดิ์กว่าดาราคนอื่นๆด้วย


และเราขอตำหนิฮอตเวฟมากๆนะ
เมื่อเปรียบเทียบกับงานจับมือที่ญี่ปุ่นแล้ว
ญี่ปุ่นเค้าจัดงานจับมือขึ้นเพื่อดูกระแส และสร้างยอดขาย
งานเค้ามีระเบียบ คนเค้ามีมารยาท สถานที่ก็ทำให้เหมาะสมไม่วุ่นวาย


แต่นี่อะไร... เพื่อสร้างภาพเท่านั้นใช่มั้ยที่ต้องการ
ถึงได้จัดในสถานที่คับแคบ เดือดร้อนคนเดินผ่านไปมา
ต้องให้นั่งกันที่พื้นห้าง ได้ให้เกียรติคนที่มาบ้างมั้ย
ควบคุมคนก็ไม่ได้ ปล่อยให้แตกฮิอ


ตอนที่จับมือที่ญี่ปุ่น เค้าให้เกียรติกับคนที่มามากๆ โดยให้กอล์ฟไมค์ได้มองตากับทุกคนอย่างเต็มที่
แต่นี่ ปล่อยให้ดีเจพูดอยู่นั่น ถามอยู่นั่น แทนที่กอล์ฟไมค์จะได้สบตาเต็มที่ต้องมาพะวงตอบคำถาม

ไม่อยากจะบอกเลยว่า ไม่ถูกใจทีมงานฮอตเวฟคนนึงตั้งแต่ตอนไปส่งน้องที่เกาหลีแล้ว
ตอนนั้นน้องว่างมากๆ รอเช็คอิน แล้วน้องก็ยอมให้แฟนคลับเข้าไปถ่ายรูปได้
แต่ยัยป้าคนนี้ก็มากันเอาน้องออกไปอยู่นั่นแหละ
กอล์ฟไมค์ยืนให้แฟนคลับถ่ายรูปคู่อยู่ดีๆ ก็มาโอบเอวน้องพาออกไปเฉยเลย

แล้วหลังจากนั้น ทุกครั้ง ทุกงานเลย ที่กอล์ฟไมค์ไปร่วมงานกับฮอตเวฟ
จะเห็นยัยป้านี่เกาะอยู่ข้างๆน้องตลอดเวลา ดูแล้วรู้เลย เป็นแฟนๆน้องแน่นอน

เราไม่ชอบที่สุดก็อาการทำเหมือนแฟนคลับเป็นตัวก่อกวนเนี่ยแหละ
ก็ไม่ใช่ทีมงานหรอกเหรอที่หากินจากการชื่นชอบดาราของแฟนคลับเนี่ย
ไม่ใช่เอาเงินจากแฟนคลับ สร้างภาพจากแฟนคลับหรอกเหรอ


 


กลับมาบ้านเรานอนปวดหลังไปเลย เจองานแบบนี้ ยืนก็นาน เหนื่อยก็เหนื่อย
ที่ญี่ปุ่นเราต้องวิ่งแบกกระเป๋าเดินทางวิ่งขึ้นเนินไปต่อแถว ยังไม่ทำให้รู้สึกแย่ขนาดนี้เลย


เรางงเหมือนกันนะ หรือนี่เราผิดปกติ
คือ ทำไมถึงต้องเบียดเสียดยัดเยียดเพื่อเข้าไปถ่ายรูปน้องผ่านกระจกกั้นกันขนาดนั้นด้วยล่ะ
ถ้าเราถ่ายซักรูปสองรูป พอ... แล้วถอยออกมา มันก็จะไปเกิดความวุ่นวายขึ้น
หรือเราคิดสั้นๆเกินไป


เราไม่เข้าใจด้วยว่า ทำไมคนที่ชอบน้องขนาดยอมมายืนเบียดเข้าไปดู
ไม่ซื้อซีดี ต่อแถว แล้วเข้ามาจับมือน้อง
ทำไมเอาแค่พอได้จังหวะ กูก็ดึงที่กั้น แทรกตัวเข้ามา ไม่สนใจว่าคนที่ยืนต่อแถวอยู่จะเป็นยังไง


 


เราน่ะ... อยากจะอยู่ทุกที่ ไปทุกงานที่จะไปได้นะ ต่อให้เจอน้องบ่อยยังไงก็ยังอยากไป
ไม่อยากจะคิดว่า โอ้ย จะไปเหนื่อยทำไม โอกาสใกล้น้องมีเยอะแยะ
เราอยากจะเป็นแฟนคลับที่ดี ไม่ว่ายังไงก็อยากจะให้กำลังใจน้องเสมอ
แต่เจอแบบนี้ โดนเบียดซะกระจุยแบบนี้ เราก็ท้อ ท้อสุดๆเลย


ยืนอยู่ พอได้ยืนเสียงกรี๊ด มันก็อยากจะเห็นน้องบ้าง อยากรู้ว่าน้องทำอะไรอยู่
แต่คือ ทีมงานฮอตเวฟไม่ช่วยคนที่ยินต่อแถวอยู่รักษาสิทธิ์เลย


 


เบื่อ...



เอาเหอะ...
กอล์ฟไมค์ยังน่ารักอยู่ ก็ค่อยเป็นกำลังใจได้หน่อย


เฮ้อ...


 

about friends

เรากำลังคิดว่า บางที เราอาจจะไม่ใช่สัตว์สังคมเหมือนคนอื่นๆเค้ารึเปล่า
เพราะทุกครั้งที่เข้าไปอยู่ร่วมกับคนกลุ่มใดกลุ่มนึง
จนแล้วจนรอด
เราจะต้องรู้สึกอยากถีบตัวเองออกมาทุกที


การมีเพื่อนเยอะๆมันก็ดี แน่นอนล่ะ มันดีแน่ๆ แต่มันก็ตามมาด้วยปัญหามากมาย
มันก็เกิดจากการที่ถูกเลี้ยงดูมาจากต่างครอบครัว คิดไม่เหมือนกัน รู้สึกไม่เหมือนกัน


ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เราพบสัจธรรมอีกหลายข้อ
เราได้รู้ว่า การที่เราพูดอย่างที่เราคิด แสดงออกอย่างที่เรารู้สึก
เราอาจจะโดนมองว่าเป็นคนอารมณ์ร้าย
ในขณะที่ ถ้าเราทำต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่าง โกหกเอาตัวรอดไปวันๆ
ก็อาจจะทำให้ดูน่าเห็นใจ ทำอะไรไม่ผิดซะงั้น


แล้วเราก็ได้คิดเรื่องบุคลิกของตัวเอง ที่ใครต่อใครก็บอกว่าเราน่ากลัว
จะว่าไป ไอ้บุคลิกภายนอกของเราเนี่ย ก็สร้างปัญหาให้เรามาไม่รู้กี่หนต่อกี่หน
แต่จะให้แก้ก็ทำไม่ได้
เพราะยังไง๊ ยังไง ก็รู้สึกว่า มันก็เป็นเหมือนเกราะป้องกันตัวอย่างนึงของเรา
ช่วยคัดเลือกคนที่จะเข้ามาอยู่ด้วยกัน ถ้าเค้ารับเราได้ เค้าก็จะจริงใจกับเรา เราก็จะจริงใจกับเค้า


ความใจดี ใจกว้าง มันเป็นข้อดี ที่ทำให้มีแต่คนรัก
แต่มันก็เป็นข้อเสีย ที่ทำให้เรามักจะต้องเจ็บช้ำน้ำใจเพราะคนที่เรารักเสมอ


เรียกว่า เจอคนที่เค้าดีกับเรา มันก็ถือว่าโชคดีไป เจอคนมาหลอกใช้เนี่ยสิ มันจะแย่


ถึงจะดูว่าเราน่ากลัว แต่กับคนที่รู้จักก็ไม่เคยกล้าว่าเค้าออกไปตรงๆหรอกนะ
ในใจอาจจะอยากยังไง มันก็ไม่เคยจะพูดออกไปได้ซักที
เพราะคิดว่า บางที ก็ไม่อยากจะเอามาตรฐานความคิดของตัวเองไปวัดคนอื่น
เราคิดว่าแบบนี้มันดี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป


แล้วนั่นมันก็เป็นประเด็นสำคัญเลยล่ะ


เมื่อเราได้รู้จักใครซักคน แล้วเค้าทำให้เรารู้สึกว่าอดทนพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้
เราก็จะเซย์บาย ลาก่อนเลยทีเดียว
จะไม่มีการมานั่งดุด่าโกรธงอน หรือทำอะไรให้เค้ารู้สึกหรอกว่าชั้นไม่พอใจ
เพราะเราคิดว่า สันดานมันไม่ใช่จะเปลี่ยนกันง่ายๆ และเค้าไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนเพื่อเรา


คนเราน่ะ เมื่อทำอะไรโดยไม่นึกถึงความรู้สึกอีกฝ่ายแล้วล่ะก็
สำหรับเรา เราถือว่า อย่าคบกันต่อไปอีกเลย
ในเมื่อวันนี้เธอไม่แคร์ ไม่ใส่ใจว่าชั้นจะรู้สึกยังไง ชั้นก็ไม่คิดว่า วันข้างหน้าเธอจะคิดถึงชั้นขึ้นมาหรอก


อย่างนี้ล่ะมั้ง ปัจจุบันเลยไม่มีคนคบ ฮ่าๆ


แต่มันก็มีน่ะนะ ไม่กี่คน ที่เราตัดใจทำแบบนั้นไม่ได้
คนที่มันรักไปแล้วจริงๆ คนที่ฟันฝ่าผ่านเรื่องต่างๆมาด้วยกัน และคนที่ไว้ใจเราพอๆกับที่เราไว้ใจเค้า
สามแบบนี้ล่ะมั้ง ที่ต่อให้มีเรื่องอะไรก็คงจะเลิกคบกันไม่ได้ง่ายๆ


 


เฮ้อ...


กับบางคน เค้าไม่ได้คิดเหมือนเรา ก็คงจะต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดหน่อยนะ


เชื่อมั้ยล่ะว่า
คนที่เกลียดมันเลวกับเราแค่ไหน ก็เจ็บไม่เท่าคนที่รักโกหกเราแค่คำเดียวหรอก


 


 

Hotwave


หลังจากงานจับมือกอล์ฟไมค์ที่ฮอตเวฟจัดขึ้น
ทำให้ตอกย้ำเหตุผลของคำถามที่ว่า
"ทำไมกอล์ฟไมค์ต้องมีการ์ด"
"ทำไมกอล์ฟไมค์ถึงบอกคิวงานทุกคิวไม่ได้"
"ทำไมกอล์ฟไมค์ต้องเดินหลบแฟนๆ"


เพราะความไม่เป็นระเบียบ บ้าคลั่ง ไร้สติ ที่เห็นได้ชัดเจนมากๆ ตอนกอล์ฟไมค์ปรากฏตัวออกมา


ถ้าเราพูดแบบนี้ ก็จะต้องมีคนนึกในใจว่า คิดว่าตัวเองดีเลิศนักล่ะสิยะ เที่ยวด่าชาวบ้านเค้าอีกแล้ว
อย่างที่เฮดไดบอก just my opinion เรามีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น
ใครเห็นไม่ตรงกับเราก็แล้วแต่ เราไม่แคร์


ตอนที่เรายืนอยู่ พอกอล์ฟไมค์ออกมา แล้วเดินเข้าไปในตู้ปลา
คนมากมายเบียดเสียด แตกกระจายจากแถวที่จัดไว้ แม้แต่ที่กั้นเหล็กก็ยังกั้นไม่อยู่
เราถึงกับต้องเดินไปสะกิดบอกคนนึงว่า ถ้าไม่ได้อยู่ในแถวช่วยออกไปหน่อยได้มั้ย
เพื่อนเค้ากลับพูดใส่หน้าเราว่า ยืนไปเถอะ ไม่ได้จะเข้าไปจับมือซะหน่อยแค่จะถ่ายรูป


เราก็เอ๊ะ นี่ชั้นทำผิดเหรอ ที่กล้าบอกคนที่ไม่มีเบอร์ แต่มาปีนรั้วอยู่ในแถว
ว่าช่วยออกไป เพื่อรักษาสิทธิ์ให้คนที่อยู่ในแถว ให้คนที่เค้ามายืนรอเป็นชั่วโมงๆ
เราผิดเหรอ...


ซักพัก เรากับพี่อ้อย พี่จุ๊บ ก็ได้แต่ไปยืนอยู่มุมนึงของรั้ว มองไม่เห็นหน้าน้อง ไม่ได้ยินเสียง
ยืนมองรั้วที่มันเบี้ยวกระจัดกระจาย
แล้วทนไม่ไหวอีกครั้ง เดินไปขยับรั้วให้มันกลับเข้าที่ ทั้งๆที่มีคนยืนอยู่บนนั้น
เค้าห้นมามองหน้าเรา เราก็พูดไปลอยๆว่า โตๆกันแล้ว ถ้าไม่ได้ต่อแถวก็ช่วยออกไปหน่อย
เค้าก็ยอมออกไป แต่ทิ้งสายตารังเกียจไว้ที่เรา


เรามายืนถามตัวเองว่า ชั้นทำผิดอีกแล้วใช่มั้ย


เราได้แต่ถามตัวเองนะ ว่า ทำไม ทำไม ทำไม
แฟนคลับ แฟนเพลง คนที่อยากจะเข้าไปจับมือกอล์ฟไมค์ หลายๆคน
ถึงไม่ยอมตั้งแถวให้ดี ทำตัวเองให้มีระเบียบ


รู้บ้างรึเปล่า ว่าการทำแบบนี้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้คนเข้าไปทำร้ายร่างกายกอล์ฟไมค์ได้
เป็นการเปิดช่องให้คนเค้ามาว่าเอาได้ ว่าพวกบ้าดารา คลุ้มคลั่ง
พอต้องใช้วิธีมีการ์ดมากัน คนอื่นเค้าก็หาว่า กอล์ฟไมค์มันเว่อร์
ทำให้คนมองว่า ทำไมกอล์ฟไมค์ต้องทำตัวสูงศักดิ์กว่าดาราคนอื่นๆด้วย


และเราขอตำหนิฮอตเวฟมากๆนะ
เมื่อเปรียบเทียบกับงานจับมือที่ญี่ปุ่นแล้ว
ญี่ปุ่นเค้าจัดงานจับมือขึ้นเพื่อดูกระแส และสร้างยอดขาย
งานเค้ามีระเบียบ คนเค้ามีมารยาท สถานที่ก็ทำให้เหมาะสมไม่วุ่นวาย


แต่นี่อะไร... เพื่อสร้างภาพเท่านั้นใช่มั้ยที่ต้องการ
ถึงได้จัดในสถานที่คับแคบ เดือดร้อนคนเดินผ่านไปมา
ต้องให้นั่งกันที่พื้นห้าง ได้ให้เกียรติคนที่มาบ้างมั้ย
ควบคุมคนก็ไม่ได้ ปล่อยให้แตกฮิอ


ตอนที่จับมือที่ญี่ปุ่น เค้าให้เกียรติกับคนที่มามากๆ โดยให้กอล์ฟไมค์ได้มองตากับทุกคนอย่างเต็มที่
แต่นี่ ปล่อยให้ดีเจพูดอยู่นั่น ถามอยู่นั่น แทนที่กอล์ฟไมค์จะได้สบตาเต็มที่ต้องมาพะวงตอบคำถาม

ไม่อยากจะบอกเลยว่า ไม่ถูกใจทีมงานฮอตเวฟคนนึงตั้งแต่ตอนไปส่งน้องที่เกาหลีแล้ว
ตอนนั้นน้องว่างมากๆ รอเช็คอิน แล้วน้องก็ยอมให้แฟนคลับเข้าไปถ่ายรูปได้
แต่ยัยป้าคนนี้ก็มากันเอาน้องออกไปอยู่นั่นแหละ
กอล์ฟไมค์ยืนให้แฟนคลับถ่ายรูปคู่อยู่ดีๆ ก็มาโอบเอวน้องพาออกไปเฉยเลย

แล้วหลังจากนั้น ทุกครั้ง ทุกงานเลย ที่กอล์ฟไมค์ไปร่วมงานกับฮอตเวฟ
จะเห็นยัยป้านี่เกาะอยู่ข้างๆน้องตลอดเวลา ดูแล้วรู้เลย เป็นแฟนๆน้องแน่นอน

เราไม่ชอบที่สุดก็อาการทำเหมือนแฟนคลับเป็นตัวก่อกวนเนี่ยแหละ
ก็ไม่ใช่ทีมงานหรอกเหรอที่หากินจากการชื่นชอบดาราของแฟนคลับเนี่ย
ไม่ใช่เอาเงินจากแฟนคลับ สร้างภาพจากแฟนคลับหรอกเหรอ


 


กลับมาบ้านเรานอนปวดหลังไปเลย เจองานแบบนี้ ยืนก็นาน เหนื่อยก็เหนื่อย
ที่ญี่ปุ่นเราต้องวิ่งแบกกระเป๋าเดินทางวิ่งขึ้นเนินไปต่อแถว ยังไม่ทำให้รู้สึกแย่ขนาดนี้เลย


เรางงเหมือนกันนะ หรือนี่เราผิดปกติ
คือ ทำไมถึงต้องเบียดเสียดยัดเยียดเพื่อเข้าไปถ่ายรูปน้องผ่านกระจกกั้นกันขนาดนั้นด้วยล่ะ
ถ้าเราถ่ายซักรูปสองรูป พอ... แล้วถอยออกมา มันก็จะไปเกิดความวุ่นวายขึ้น
หรือเราคิดสั้นๆเกินไป


เราไม่เข้าใจด้วยว่า ทำไมคนที่ชอบน้องขนาดยอมมายืนเบียดเข้าไปดู
ไม่ซื้อซีดี ต่อแถว แล้วเข้ามาจับมือน้อง
ทำไมเอาแค่พอได้จังหวะ กูก็ดึงที่กั้น แทรกตัวเข้ามา ไม่สนใจว่าคนที่ยืนต่อแถวอยู่จะเป็นยังไง


 


เราน่ะ... อยากจะอยู่ทุกที่ ไปทุกงานที่จะไปได้นะ ต่อให้เจอน้องบ่อยยังไงก็ยังอยากไป
ไม่อยากจะคิดว่า โอ้ย จะไปเหนื่อยทำไม โอกาสใกล้น้องมีเยอะแยะ
เราอยากจะเป็นแฟนคลับที่ดี ไม่ว่ายังไงก็อยากจะให้กำลังใจน้องเสมอ
แต่เจอแบบนี้ โดนเบียดซะกระจุยแบบนี้ เราก็ท้อ ท้อสุดๆเลย


ยืนอยู่ พอได้ยืนเสียงกรี๊ด มันก็อยากจะเห็นน้องบ้าง อยากรู้ว่าน้องทำอะไรอยู่
แต่คือ ทีมงานฮอตเวฟไม่ช่วยคนที่ยินต่อแถวอยู่รักษาสิทธิ์เลย


 


เบื่อ...



เอาเหอะ...
กอล์ฟไมค์ยังน่ารักอยู่ ก็ค่อยเป็นกำลังใจได้หน่อย


เฮ้อ...


 

ภาพผีบอก




ข้าพเจ้า ไอ ไอ ไอ (เลิฟใครดี)
วันนี้อยู่บ้านทั้งวัน นอนทั้งวัน แม่ต้มข้าวต้มให้กินสามมื้อเลย


เมื่อวาน ดูดวงของคนที่เกิดเดือนสิงหาคม
เค้าบอกว่าจะมีคนมาทำให้รำคาญใจ แล้วก็ จะรู้สึกมีความสุขเมื่อเข้าบ้าน

ตรงอย่างแรง...


มีภาพนึงอยากบรรยายสุดๆ



 
คือ มันฮามากๆอ่ะ

เพราะตอนที่จะเข้าไปถ่ายรูป กอล์ฟกับไมค์ยืนติดกันมากๆ
ไอ้เราพอเห็นก็ ทำมือแหวกๆ แล้วพูดว่าขอพื้นที่หน่อย ตัวใหญ่
พอพูดไปเสร็จ ก็สำนึกขึ้นมาได้ ว่าไม่น่าไปสั่งน้องเล้ยยยยย
ก็เลยยกมือขึ้นมาไหว้ไมค์ซะงั้น (สังเกตุเห็นว่ามือยกขึ้นมาไหว้จริงๆ)

ณ ขณะนั้นอ่ะ คือมันไม่รู้เลยนะว่ากอล์ฟไมค์ทำอะไรบ้าง เราก็กลัวว่าจะทำให้เสียเวลาด้วย
ถ่ายเสร็จก็กระโดดออกมา
จนเมื่อวานหมูเอารูปให้ดู บอกว่า ตอนแรกเห็นเบลอจะลบ แต่ไมค์ทำท่าน่ารัก

โอ้ววววว อายยยยยยยยยยย
กอล์ฟขยับให้ พร้อมขำ แล้วไมค์ยังทำท่าเชิญอีกตะหากอ่ะ
พระเจ้า!!

ปั๊ดโธ่... ตัวอีชั้นมันสูง
ถ้าขืนให้ยืนข้างหน้า ไม่เอาหลังพิงกำแพงเหมือนคนอื่นทำ ก็สูงกว่ากอล์ฟอ่ะสิคะ


เศร้านะ ไม่ได้ตัวเล็ก น่ารัก ยิ้มเก่งๆ แถมยังขี้เหร่ ไม่เหมือนคนอื่นเค้า
พี่อ้อยอาจจะเฟลเรื่องตัวเองอายุเยอะแล้วมาชอบน้อง แต่พี่อ้อยก็ยังน่ารัก แอ๊บแบ๊ว
เรานี่สิ ไม่ใช่เลย ไม่น่ารัก แล้วก็ยังตัวใหญ่อีกด้วย

เฮ้อ... เศร้า

เอาเหอะ เอาฮา แต่รูปนี้มันฮาจริงๆ ไม่ไหวๆ

about friends

เรากำลังคิดว่า บางที เราอาจจะไม่ใช่สัตว์สังคมเหมือนคนอื่นๆเค้ารึเปล่า
เพราะทุกครั้งที่เข้าไปอยู่ร่วมกับคนกลุ่มใดกลุ่มนึง
จนแล้วจนรอด
เราจะต้องรู้สึกอยากถีบตัวเองออกมาทุกที


การมีเพื่อนเยอะๆมันก็ดี แน่นอนล่ะ มันดีแน่ๆ แต่มันก็ตามมาด้วยปัญหามากมาย
มันก็เกิดจากการที่ถูกเลี้ยงดูมาจากต่างครอบครัว คิดไม่เหมือนกัน รู้สึกไม่เหมือนกัน


ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เราพบสัจธรรมอีกหลายข้อ
เราได้รู้ว่า การที่เราพูดอย่างที่เราคิด แสดงออกอย่างที่เรารู้สึก
เราอาจจะโดนมองว่าเป็นคนอารมณ์ร้าย
ในขณะที่ ถ้าเราทำต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่าง โกหกเอาตัวรอดไปวันๆ
ก็อาจจะทำให้ดูน่าเห็นใจ ทำอะไรไม่ผิดซะงั้น


แล้วเราก็ได้คิดเรื่องบุคลิกของตัวเอง ที่ใครต่อใครก็บอกว่าเราน่ากลัว
จะว่าไป ไอ้บุคลิกภายนอกของเราเนี่ย ก็สร้างปัญหาให้เรามาไม่รู้กี่หนต่อกี่หน
แต่จะให้แก้ก็ทำไม่ได้
เพราะยังไง๊ ยังไง ก็รู้สึกว่า มันก็เป็นเหมือนเกราะป้องกันตัวอย่างนึงของเรา
ช่วยคัดเลือกคนที่จะเข้ามาอยู่ด้วยกัน ถ้าเค้ารับเราได้ เค้าก็จะจริงใจกับเรา เราก็จะจริงใจกับเค้า


ความใจดี ใจกว้าง มันเป็นข้อดี ที่ทำให้มีแต่คนรัก
แต่มันก็เป็นข้อเสีย ที่ทำให้เรามักจะต้องเจ็บช้ำน้ำใจเพราะคนที่เรารักเสมอ


เรียกว่า เจอคนที่เค้าดีกับเรา มันก็ถือว่าโชคดีไป เจอคนมาหลอกใช้เนี่ยสิ มันจะแย่


ถึงจะดูว่าเราน่ากลัว แต่กับคนที่รู้จักก็ไม่เคยกล้าว่าเค้าออกไปตรงๆหรอกนะ
ในใจอาจจะอยากยังไง มันก็ไม่เคยจะพูดออกไปได้ซักที
เพราะคิดว่า บางที ก็ไม่อยากจะเอามาตรฐานความคิดของตัวเองไปวัดคนอื่น
เราคิดว่าแบบนี้มันดี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป


แล้วนั่นมันก็เป็นประเด็นสำคัญเลยล่ะ


เมื่อเราได้รู้จักใครซักคน แล้วเค้าทำให้เรารู้สึกว่าอดทนพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้
เราก็จะเซย์บาย ลาก่อนเลยทีเดียว
จะไม่มีการมานั่งดุด่าโกรธงอน หรือทำอะไรให้เค้ารู้สึกหรอกว่าชั้นไม่พอใจ
เพราะเราคิดว่า สันดานมันไม่ใช่จะเปลี่ยนกันง่ายๆ และเค้าไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนเพื่อเรา


คนเราน่ะ เมื่อทำอะไรโดยไม่นึกถึงความรู้สึกอีกฝ่ายแล้วล่ะก็
สำหรับเรา เราถือว่า อย่าคบกันต่อไปอีกเลย
ในเมื่อวันนี้เธอไม่แคร์ ไม่ใส่ใจว่าชั้นจะรู้สึกยังไง ชั้นก็ไม่คิดว่า วันข้างหน้าเธอจะคิดถึงชั้นขึ้นมาหรอก


อย่างนี้ล่ะมั้ง ปัจจุบันเลยไม่มีคนคบ ฮ่าๆ


แต่มันก็มีน่ะนะ ไม่กี่คน ที่เราตัดใจทำแบบนั้นไม่ได้
คนที่มันรักไปแล้วจริงๆ คนที่ฟันฝ่าผ่านเรื่องต่างๆมาด้วยกัน และคนที่ไว้ใจเราพอๆกับที่เราไว้ใจเค้า
สามแบบนี้ล่ะมั้ง ที่ต่อให้มีเรื่องอะไรก็คงจะเลิกคบกันไม่ได้ง่ายๆ


 


เฮ้อ...


กับบางคน เค้าไม่ได้คิดเหมือนเรา ก็คงจะต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดหน่อยนะ


เชื่อมั้ยล่ะว่า
คนที่เกลียดมันเลวกับเราแค่ไหน ก็เจ็บไม่เท่าคนที่รักโกหกเราแค่คำเดียวหรอก


 


 

Hotwave


หลังจากงานจับมือกอล์ฟไมค์ที่ฮอตเวฟจัดขึ้น
ทำให้ตอกย้ำเหตุผลของคำถามที่ว่า
"ทำไมกอล์ฟไมค์ต้องมีการ์ด"
"ทำไมกอล์ฟไมค์ถึงบอกคิวงานทุกคิวไม่ได้"
"ทำไมกอล์ฟไมค์ต้องเดินหลบแฟนๆ"


เพราะความไม่เป็นระเบียบ บ้าคลั่ง ไร้สติ ที่เห็นได้ชัดเจนมากๆ ตอนกอล์ฟไมค์ปรากฏตัวออกมา


ถ้าเราพูดแบบนี้ ก็จะต้องมีคนนึกในใจว่า คิดว่าตัวเองดีเลิศนักล่ะสิยะ เที่ยวด่าชาวบ้านเค้าอีกแล้ว
อย่างที่เฮดไดบอก just my opinion เรามีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น
ใครเห็นไม่ตรงกับเราก็แล้วแต่ เราไม่แคร์


ตอนที่เรายืนอยู่ พอกอล์ฟไมค์ออกมา แล้วเดินเข้าไปในตู้ปลา
คนมากมายเบียดเสียด แตกกระจายจากแถวที่จัดไว้ แม้แต่ที่กั้นเหล็กก็ยังกั้นไม่อยู่
เราถึงกับต้องเดินไปสะกิดบอกคนนึงว่า ถ้าไม่ได้อยู่ในแถวช่วยออกไปหน่อยได้มั้ย
เพื่อนเค้ากลับพูดใส่หน้าเราว่า ยืนไปเถอะ ไม่ได้จะเข้าไปจับมือซะหน่อยแค่จะถ่ายรูป


เราก็เอ๊ะ นี่ชั้นทำผิดเหรอ ที่กล้าบอกคนที่ไม่มีเบอร์ แต่มาปีนรั้วอยู่ในแถว
ว่าช่วยออกไป เพื่อรักษาสิทธิ์ให้คนที่อยู่ในแถว ให้คนที่เค้ามายืนรอเป็นชั่วโมงๆ
เราผิดเหรอ...


ซักพัก เรากับพี่อ้อย พี่จุ๊บ ก็ได้แต่ไปยืนอยู่มุมนึงของรั้ว มองไม่เห็นหน้าน้อง ไม่ได้ยินเสียง
ยืนมองรั้วที่มันเบี้ยวกระจัดกระจาย
แล้วทนไม่ไหวอีกครั้ง เดินไปขยับรั้วให้มันกลับเข้าที่ ทั้งๆที่มีคนยืนอยู่บนนั้น
เค้าห้นมามองหน้าเรา เราก็พูดไปลอยๆว่า โตๆกันแล้ว ถ้าไม่ได้ต่อแถวก็ช่วยออกไปหน่อย
เค้าก็ยอมออกไป แต่ทิ้งสายตารังเกียจไว้ที่เรา


เรามายืนถามตัวเองว่า ชั้นทำผิดอีกแล้วใช่มั้ย


เราได้แต่ถามตัวเองนะ ว่า ทำไม ทำไม ทำไม
แฟนคลับ แฟนเพลง คนที่อยากจะเข้าไปจับมือกอล์ฟไมค์ หลายๆคน
ถึงไม่ยอมตั้งแถวให้ดี ทำตัวเองให้มีระเบียบ


รู้บ้างรึเปล่า ว่าการทำแบบนี้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้คนเข้าไปทำร้ายร่างกายกอล์ฟไมค์ได้
เป็นการเปิดช่องให้คนเค้ามาว่าเอาได้ ว่าพวกบ้าดารา คลุ้มคลั่ง
พอต้องใช้วิธีมีการ์ดมากัน คนอื่นเค้าก็หาว่า กอล์ฟไมค์มันเว่อร์
ทำให้คนมองว่า ทำไมกอล์ฟไมค์ต้องทำตัวสูงศักดิ์กว่าดาราคนอื่นๆด้วย


และเราขอตำหนิฮอตเวฟมากๆนะ
เมื่อเปรียบเทียบกับงานจับมือที่ญี่ปุ่นแล้ว
ญี่ปุ่นเค้าจัดงานจับมือขึ้นเพื่อดูกระแส และสร้างยอดขาย
งานเค้ามีระเบียบ คนเค้ามีมารยาท สถานที่ก็ทำให้เหมาะสมไม่วุ่นวาย


แต่นี่อะไร... เพื่อสร้างภาพเท่านั้นใช่มั้ยที่ต้องการ
ถึงได้จัดในสถานที่คับแคบ เดือดร้อนคนเดินผ่านไปมา
ต้องให้นั่งกันที่พื้นห้าง ได้ให้เกียรติคนที่มาบ้างมั้ย
ควบคุมคนก็ไม่ได้ ปล่อยให้แตกฮิอ


ตอนที่จับมือที่ญี่ปุ่น เค้าให้เกียรติกับคนที่มามากๆ โดยให้กอล์ฟไมค์ได้มองตากับทุกคนอย่างเต็มที่
แต่นี่ ปล่อยให้ดีเจพูดอยู่นั่น ถามอยู่นั่น แทนที่กอล์ฟไมค์จะได้สบตาเต็มที่ต้องมาพะวงตอบคำถาม

ไม่อยากจะบอกเลยว่า ไม่ถูกใจทีมงานฮอตเวฟคนนึงตั้งแต่ตอนไปส่งน้องที่เกาหลีแล้ว
ตอนนั้นน้องว่างมากๆ รอเช็คอิน แล้วน้องก็ยอมให้แฟนคลับเข้าไปถ่ายรูปได้
แต่ยัยป้าคนนี้ก็มากันเอาน้องออกไปอยู่นั่นแหละ
กอล์ฟไมค์ยืนให้แฟนคลับถ่ายรูปคู่อยู่ดีๆ ก็มาโอบเอวน้องพาออกไปเฉยเลย

แล้วหลังจากนั้น ทุกครั้ง ทุกงานเลย ที่กอล์ฟไมค์ไปร่วมงานกับฮอตเวฟ
จะเห็นยัยป้านี่เกาะอยู่ข้างๆน้องตลอดเวลา ดูแล้วรู้เลย เป็นแฟนๆน้องแน่นอน

เราไม่ชอบที่สุดก็อาการทำเหมือนแฟนคลับเป็นตัวก่อกวนเนี่ยแหละ
ก็ไม่ใช่ทีมงานหรอกเหรอที่หากินจากการชื่นชอบดาราของแฟนคลับเนี่ย
ไม่ใช่เอาเงินจากแฟนคลับ สร้างภาพจากแฟนคลับหรอกเหรอ


 


กลับมาบ้านเรานอนปวดหลังไปเลย เจองานแบบนี้ ยืนก็นาน เหนื่อยก็เหนื่อย
ที่ญี่ปุ่นเราต้องวิ่งแบกกระเป๋าเดินทางวิ่งขึ้นเนินไปต่อแถว ยังไม่ทำให้รู้สึกแย่ขนาดนี้เลย


เรางงเหมือนกันนะ หรือนี่เราผิดปกติ
คือ ทำไมถึงต้องเบียดเสียดยัดเยียดเพื่อเข้าไปถ่ายรูปน้องผ่านกระจกกั้นกันขนาดนั้นด้วยล่ะ
ถ้าเราถ่ายซักรูปสองรูป พอ... แล้วถอยออกมา มันก็จะไปเกิดความวุ่นวายขึ้น
หรือเราคิดสั้นๆเกินไป


เราไม่เข้าใจด้วยว่า ทำไมคนที่ชอบน้องขนาดยอมมายืนเบียดเข้าไปดู
ไม่ซื้อซีดี ต่อแถว แล้วเข้ามาจับมือน้อง
ทำไมเอาแค่พอได้จังหวะ กูก็ดึงที่กั้น แทรกตัวเข้ามา ไม่สนใจว่าคนที่ยืนต่อแถวอยู่จะเป็นยังไง


 


เราน่ะ... อยากจะอยู่ทุกที่ ไปทุกงานที่จะไปได้นะ ต่อให้เจอน้องบ่อยยังไงก็ยังอยากไป
ไม่อยากจะคิดว่า โอ้ย จะไปเหนื่อยทำไม โอกาสใกล้น้องมีเยอะแยะ
เราอยากจะเป็นแฟนคลับที่ดี ไม่ว่ายังไงก็อยากจะให้กำลังใจน้องเสมอ
แต่เจอแบบนี้ โดนเบียดซะกระจุยแบบนี้ เราก็ท้อ ท้อสุดๆเลย


ยืนอยู่ พอได้ยืนเสียงกรี๊ด มันก็อยากจะเห็นน้องบ้าง อยากรู้ว่าน้องทำอะไรอยู่
แต่คือ ทีมงานฮอตเวฟไม่ช่วยคนที่ยินต่อแถวอยู่รักษาสิทธิ์เลย


 


เบื่อ...



เอาเหอะ...
กอล์ฟไมค์ยังน่ารักอยู่ ก็ค่อยเป็นกำลังใจได้หน่อย


เฮ้อ...


 

ภาพผีบอก




ข้าพเจ้า ไอ ไอ ไอ (เลิฟใครดี)
วันนี้อยู่บ้านทั้งวัน นอนทั้งวัน แม่ต้มข้าวต้มให้กินสามมื้อเลย


เมื่อวาน ดูดวงของคนที่เกิดเดือนสิงหาคม
เค้าบอกว่าจะมีคนมาทำให้รำคาญใจ แล้วก็ จะรู้สึกมีความสุขเมื่อเข้าบ้าน

ตรงอย่างแรง...


มีภาพนึงอยากบรรยายสุดๆ



 
คือ มันฮามากๆอ่ะ

เพราะตอนที่จะเข้าไปถ่ายรูป กอล์ฟกับไมค์ยืนติดกันมากๆ
ไอ้เราพอเห็นก็ ทำมือแหวกๆ แล้วพูดว่าขอพื้นที่หน่อย ตัวใหญ่
พอพูดไปเสร็จ ก็สำนึกขึ้นมาได้ ว่าไม่น่าไปสั่งน้องเล้ยยยยย
ก็เลยยกมือขึ้นมาไหว้ไมค์ซะงั้น (สังเกตุเห็นว่ามือยกขึ้นมาไหว้จริงๆ)

ณ ขณะนั้นอ่ะ คือมันไม่รู้เลยนะว่ากอล์ฟไมค์ทำอะไรบ้าง เราก็กลัวว่าจะทำให้เสียเวลาด้วย
ถ่ายเสร็จก็กระโดดออกมา
จนเมื่อวานหมูเอารูปให้ดู บอกว่า ตอนแรกเห็นเบลอจะลบ แต่ไมค์ทำท่าน่ารัก

โอ้ววววว อายยยยยยยยยยย
กอล์ฟขยับให้ พร้อมขำ แล้วไมค์ยังทำท่าเชิญอีกตะหากอ่ะ
พระเจ้า!!

ปั๊ดโธ่... ตัวอีชั้นมันสูง
ถ้าขืนให้ยืนข้างหน้า ไม่เอาหลังพิงกำแพงเหมือนคนอื่นทำ ก็สูงกว่ากอล์ฟอ่ะสิคะ


เศร้านะ ไม่ได้ตัวเล็ก น่ารัก ยิ้มเก่งๆ แถมยังขี้เหร่ ไม่เหมือนคนอื่นเค้า
พี่อ้อยอาจจะเฟลเรื่องตัวเองอายุเยอะแล้วมาชอบน้อง แต่พี่อ้อยก็ยังน่ารัก แอ๊บแบ๊ว
เรานี่สิ ไม่ใช่เลย ไม่น่ารัก แล้วก็ยังตัวใหญ่อีกด้วย

เฮ้อ... เศร้า

เอาเหอะ เอาฮา แต่รูปนี้มันฮาจริงๆ ไม่ไหวๆ

หมอกและควัน





about friends

เรากำลังคิดว่า บางที เราอาจจะไม่ใช่สัตว์สังคมเหมือนคนอื่นๆเค้ารึเปล่า
เพราะทุกครั้งที่เข้าไปอยู่ร่วมกับคนกลุ่มใดกลุ่มนึง
จนแล้วจนรอด
เราจะต้องรู้สึกอยากถีบตัวเองออกมาทุกที


การมีเพื่อนเยอะๆมันก็ดี แน่นอนล่ะ มันดีแน่ๆ แต่มันก็ตามมาด้วยปัญหามากมาย
มันก็เกิดจากการที่ถูกเลี้ยงดูมาจากต่างครอบครัว คิดไม่เหมือนกัน รู้สึกไม่เหมือนกัน


ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เราพบสัจธรรมอีกหลายข้อ
เราได้รู้ว่า การที่เราพูดอย่างที่เราคิด แสดงออกอย่างที่เรารู้สึก
เราอาจจะโดนมองว่าเป็นคนอารมณ์ร้าย
ในขณะที่ ถ้าเราทำต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่าง โกหกเอาตัวรอดไปวันๆ
ก็อาจจะทำให้ดูน่าเห็นใจ ทำอะไรไม่ผิดซะงั้น


แล้วเราก็ได้คิดเรื่องบุคลิกของตัวเอง ที่ใครต่อใครก็บอกว่าเราน่ากลัว
จะว่าไป ไอ้บุคลิกภายนอกของเราเนี่ย ก็สร้างปัญหาให้เรามาไม่รู้กี่หนต่อกี่หน
แต่จะให้แก้ก็ทำไม่ได้
เพราะยังไง๊ ยังไง ก็รู้สึกว่า มันก็เป็นเหมือนเกราะป้องกันตัวอย่างนึงของเรา
ช่วยคัดเลือกคนที่จะเข้ามาอยู่ด้วยกัน ถ้าเค้ารับเราได้ เค้าก็จะจริงใจกับเรา เราก็จะจริงใจกับเค้า


ความใจดี ใจกว้าง มันเป็นข้อดี ที่ทำให้มีแต่คนรัก
แต่มันก็เป็นข้อเสีย ที่ทำให้เรามักจะต้องเจ็บช้ำน้ำใจเพราะคนที่เรารักเสมอ


เรียกว่า เจอคนที่เค้าดีกับเรา มันก็ถือว่าโชคดีไป เจอคนมาหลอกใช้เนี่ยสิ มันจะแย่


ถึงจะดูว่าเราน่ากลัว แต่กับคนที่รู้จักก็ไม่เคยกล้าว่าเค้าออกไปตรงๆหรอกนะ
ในใจอาจจะอยากยังไง มันก็ไม่เคยจะพูดออกไปได้ซักที
เพราะคิดว่า บางที ก็ไม่อยากจะเอามาตรฐานความคิดของตัวเองไปวัดคนอื่น
เราคิดว่าแบบนี้มันดี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป


แล้วนั่นมันก็เป็นประเด็นสำคัญเลยล่ะ


เมื่อเราได้รู้จักใครซักคน แล้วเค้าทำให้เรารู้สึกว่าอดทนพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้
เราก็จะเซย์บาย ลาก่อนเลยทีเดียว
จะไม่มีการมานั่งดุด่าโกรธงอน หรือทำอะไรให้เค้ารู้สึกหรอกว่าชั้นไม่พอใจ
เพราะเราคิดว่า สันดานมันไม่ใช่จะเปลี่ยนกันง่ายๆ และเค้าไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนเพื่อเรา


คนเราน่ะ เมื่อทำอะไรโดยไม่นึกถึงความรู้สึกอีกฝ่ายแล้วล่ะก็
สำหรับเรา เราถือว่า อย่าคบกันต่อไปอีกเลย
ในเมื่อวันนี้เธอไม่แคร์ ไม่ใส่ใจว่าชั้นจะรู้สึกยังไง ชั้นก็ไม่คิดว่า วันข้างหน้าเธอจะคิดถึงชั้นขึ้นมาหรอก


อย่างนี้ล่ะมั้ง ปัจจุบันเลยไม่มีคนคบ ฮ่าๆ


แต่มันก็มีน่ะนะ ไม่กี่คน ที่เราตัดใจทำแบบนั้นไม่ได้
คนที่มันรักไปแล้วจริงๆ คนที่ฟันฝ่าผ่านเรื่องต่างๆมาด้วยกัน และคนที่ไว้ใจเราพอๆกับที่เราไว้ใจเค้า
สามแบบนี้ล่ะมั้ง ที่ต่อให้มีเรื่องอะไรก็คงจะเลิกคบกันไม่ได้ง่ายๆ


 


เฮ้อ...


กับบางคน เค้าไม่ได้คิดเหมือนเรา ก็คงจะต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดหน่อยนะ


เชื่อมั้ยล่ะว่า
คนที่เกลียดมันเลวกับเราแค่ไหน ก็เจ็บไม่เท่าคนที่รักโกหกเราแค่คำเดียวหรอก


 


 

Hotwave


หลังจากงานจับมือกอล์ฟไมค์ที่ฮอตเวฟจัดขึ้น
ทำให้ตอกย้ำเหตุผลของคำถามที่ว่า
"ทำไมกอล์ฟไมค์ต้องมีการ์ด"
"ทำไมกอล์ฟไมค์ถึงบอกคิวงานทุกคิวไม่ได้"
"ทำไมกอล์ฟไมค์ต้องเดินหลบแฟนๆ"


เพราะความไม่เป็นระเบียบ บ้าคลั่ง ไร้สติ ที่เห็นได้ชัดเจนมากๆ ตอนกอล์ฟไมค์ปรากฏตัวออกมา


ถ้าเราพูดแบบนี้ ก็จะต้องมีคนนึกในใจว่า คิดว่าตัวเองดีเลิศนักล่ะสิยะ เที่ยวด่าชาวบ้านเค้าอีกแล้ว
อย่างที่เฮดไดบอก just my opinion เรามีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น
ใครเห็นไม่ตรงกับเราก็แล้วแต่ เราไม่แคร์


ตอนที่เรายืนอยู่ พอกอล์ฟไมค์ออกมา แล้วเดินเข้าไปในตู้ปลา
คนมากมายเบียดเสียด แตกกระจายจากแถวที่จัดไว้ แม้แต่ที่กั้นเหล็กก็ยังกั้นไม่อยู่
เราถึงกับต้องเดินไปสะกิดบอกคนนึงว่า ถ้าไม่ได้อยู่ในแถวช่วยออกไปหน่อยได้มั้ย
เพื่อนเค้ากลับพูดใส่หน้าเราว่า ยืนไปเถอะ ไม่ได้จะเข้าไปจับมือซะหน่อยแค่จะถ่ายรูป


เราก็เอ๊ะ นี่ชั้นทำผิดเหรอ ที่กล้าบอกคนที่ไม่มีเบอร์ แต่มาปีนรั้วอยู่ในแถว
ว่าช่วยออกไป เพื่อรักษาสิทธิ์ให้คนที่อยู่ในแถว ให้คนที่เค้ามายืนรอเป็นชั่วโมงๆ
เราผิดเหรอ...


ซักพัก เรากับพี่อ้อย พี่จุ๊บ ก็ได้แต่ไปยืนอยู่มุมนึงของรั้ว มองไม่เห็นหน้าน้อง ไม่ได้ยินเสียง
ยืนมองรั้วที่มันเบี้ยวกระจัดกระจาย
แล้วทนไม่ไหวอีกครั้ง เดินไปขยับรั้วให้มันกลับเข้าที่ ทั้งๆที่มีคนยืนอยู่บนนั้น
เค้าห้นมามองหน้าเรา เราก็พูดไปลอยๆว่า โตๆกันแล้ว ถ้าไม่ได้ต่อแถวก็ช่วยออกไปหน่อย
เค้าก็ยอมออกไป แต่ทิ้งสายตารังเกียจไว้ที่เรา


เรามายืนถามตัวเองว่า ชั้นทำผิดอีกแล้วใช่มั้ย


เราได้แต่ถามตัวเองนะ ว่า ทำไม ทำไม ทำไม
แฟนคลับ แฟนเพลง คนที่อยากจะเข้าไปจับมือกอล์ฟไมค์ หลายๆคน
ถึงไม่ยอมตั้งแถวให้ดี ทำตัวเองให้มีระเบียบ


รู้บ้างรึเปล่า ว่าการทำแบบนี้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้คนเข้าไปทำร้ายร่างกายกอล์ฟไมค์ได้
เป็นการเปิดช่องให้คนเค้ามาว่าเอาได้ ว่าพวกบ้าดารา คลุ้มคลั่ง
พอต้องใช้วิธีมีการ์ดมากัน คนอื่นเค้าก็หาว่า กอล์ฟไมค์มันเว่อร์
ทำให้คนมองว่า ทำไมกอล์ฟไมค์ต้องทำตัวสูงศักดิ์กว่าดาราคนอื่นๆด้วย


และเราขอตำหนิฮอตเวฟมากๆนะ
เมื่อเปรียบเทียบกับงานจับมือที่ญี่ปุ่นแล้ว
ญี่ปุ่นเค้าจัดงานจับมือขึ้นเพื่อดูกระแส และสร้างยอดขาย
งานเค้ามีระเบียบ คนเค้ามีมารยาท สถานที่ก็ทำให้เหมาะสมไม่วุ่นวาย


แต่นี่อะไร... เพื่อสร้างภาพเท่านั้นใช่มั้ยที่ต้องการ
ถึงได้จัดในสถานที่คับแคบ เดือดร้อนคนเดินผ่านไปมา
ต้องให้นั่งกันที่พื้นห้าง ได้ให้เกียรติคนที่มาบ้างมั้ย
ควบคุมคนก็ไม่ได้ ปล่อยให้แตกฮิอ


ตอนที่จับมือที่ญี่ปุ่น เค้าให้เกียรติกับคนที่มามากๆ โดยให้กอล์ฟไมค์ได้มองตากับทุกคนอย่างเต็มที่
แต่นี่ ปล่อยให้ดีเจพูดอยู่นั่น ถามอยู่นั่น แทนที่กอล์ฟไมค์จะได้สบตาเต็มที่ต้องมาพะวงตอบคำถาม

ไม่อยากจะบอกเลยว่า ไม่ถูกใจทีมงานฮอตเวฟคนนึงตั้งแต่ตอนไปส่งน้องที่เกาหลีแล้ว
ตอนนั้นน้องว่างมากๆ รอเช็คอิน แล้วน้องก็ยอมให้แฟนคลับเข้าไปถ่ายรูปได้
แต่ยัยป้าคนนี้ก็มากันเอาน้องออกไปอยู่นั่นแหละ
กอล์ฟไมค์ยืนให้แฟนคลับถ่ายรูปคู่อยู่ดีๆ ก็มาโอบเอวน้องพาออกไปเฉยเลย

แล้วหลังจากนั้น ทุกครั้ง ทุกงานเลย ที่กอล์ฟไมค์ไปร่วมงานกับฮอตเวฟ
จะเห็นยัยป้านี่เกาะอยู่ข้างๆน้องตลอดเวลา ดูแล้วรู้เลย เป็นแฟนๆน้องแน่นอน

เราไม่ชอบที่สุดก็อาการทำเหมือนแฟนคลับเป็นตัวก่อกวนเนี่ยแหละ
ก็ไม่ใช่ทีมงานหรอกเหรอที่หากินจากการชื่นชอบดาราของแฟนคลับเนี่ย
ไม่ใช่เอาเงินจากแฟนคลับ สร้างภาพจากแฟนคลับหรอกเหรอ


 


กลับมาบ้านเรานอนปวดหลังไปเลย เจองานแบบนี้ ยืนก็นาน เหนื่อยก็เหนื่อย
ที่ญี่ปุ่นเราต้องวิ่งแบกกระเป๋าเดินทางวิ่งขึ้นเนินไปต่อแถว ยังไม่ทำให้รู้สึกแย่ขนาดนี้เลย


เรางงเหมือนกันนะ หรือนี่เราผิดปกติ
คือ ทำไมถึงต้องเบียดเสียดยัดเยียดเพื่อเข้าไปถ่ายรูปน้องผ่านกระจกกั้นกันขนาดนั้นด้วยล่ะ
ถ้าเราถ่ายซักรูปสองรูป พอ... แล้วถอยออกมา มันก็จะไปเกิดความวุ่นวายขึ้น
หรือเราคิดสั้นๆเกินไป


เราไม่เข้าใจด้วยว่า ทำไมคนที่ชอบน้องขนาดยอมมายืนเบียดเข้าไปดู
ไม่ซื้อซีดี ต่อแถว แล้วเข้ามาจับมือน้อง
ทำไมเอาแค่พอได้จังหวะ กูก็ดึงที่กั้น แทรกตัวเข้ามา ไม่สนใจว่าคนที่ยืนต่อแถวอยู่จะเป็นยังไง


 


เราน่ะ... อยากจะอยู่ทุกที่ ไปทุกงานที่จะไปได้นะ ต่อให้เจอน้องบ่อยยังไงก็ยังอยากไป
ไม่อยากจะคิดว่า โอ้ย จะไปเหนื่อยทำไม โอกาสใกล้น้องมีเยอะแยะ
เราอยากจะเป็นแฟนคลับที่ดี ไม่ว่ายังไงก็อยากจะให้กำลังใจน้องเสมอ
แต่เจอแบบนี้ โดนเบียดซะกระจุยแบบนี้ เราก็ท้อ ท้อสุดๆเลย


ยืนอยู่ พอได้ยืนเสียงกรี๊ด มันก็อยากจะเห็นน้องบ้าง อยากรู้ว่าน้องทำอะไรอยู่
แต่คือ ทีมงานฮอตเวฟไม่ช่วยคนที่ยินต่อแถวอยู่รักษาสิทธิ์เลย


 


เบื่อ...



เอาเหอะ...
กอล์ฟไมค์ยังน่ารักอยู่ ก็ค่อยเป็นกำลังใจได้หน่อย


เฮ้อ...


 

ภาพผีบอก




ข้าพเจ้า ไอ ไอ ไอ (เลิฟใครดี)
วันนี้อยู่บ้านทั้งวัน นอนทั้งวัน แม่ต้มข้าวต้มให้กินสามมื้อเลย


เมื่อวาน ดูดวงของคนที่เกิดเดือนสิงหาคม
เค้าบอกว่าจะมีคนมาทำให้รำคาญใจ แล้วก็ จะรู้สึกมีความสุขเมื่อเข้าบ้าน

ตรงอย่างแรง...


มีภาพนึงอยากบรรยายสุดๆ



 
คือ มันฮามากๆอ่ะ

เพราะตอนที่จะเข้าไปถ่ายรูป กอล์ฟกับไมค์ยืนติดกันมากๆ
ไอ้เราพอเห็นก็ ทำมือแหวกๆ แล้วพูดว่าขอพื้นที่หน่อย ตัวใหญ่
พอพูดไปเสร็จ ก็สำนึกขึ้นมาได้ ว่าไม่น่าไปสั่งน้องเล้ยยยยย
ก็เลยยกมือขึ้นมาไหว้ไมค์ซะงั้น (สังเกตุเห็นว่ามือยกขึ้นมาไหว้จริงๆ)

ณ ขณะนั้นอ่ะ คือมันไม่รู้เลยนะว่ากอล์ฟไมค์ทำอะไรบ้าง เราก็กลัวว่าจะทำให้เสียเวลาด้วย
ถ่ายเสร็จก็กระโดดออกมา
จนเมื่อวานหมูเอารูปให้ดู บอกว่า ตอนแรกเห็นเบลอจะลบ แต่ไมค์ทำท่าน่ารัก

โอ้ววววว อายยยยยยยยยยย
กอล์ฟขยับให้ พร้อมขำ แล้วไมค์ยังทำท่าเชิญอีกตะหากอ่ะ
พระเจ้า!!

ปั๊ดโธ่... ตัวอีชั้นมันสูง
ถ้าขืนให้ยืนข้างหน้า ไม่เอาหลังพิงกำแพงเหมือนคนอื่นทำ ก็สูงกว่ากอล์ฟอ่ะสิคะ


เศร้านะ ไม่ได้ตัวเล็ก น่ารัก ยิ้มเก่งๆ แถมยังขี้เหร่ ไม่เหมือนคนอื่นเค้า
พี่อ้อยอาจจะเฟลเรื่องตัวเองอายุเยอะแล้วมาชอบน้อง แต่พี่อ้อยก็ยังน่ารัก แอ๊บแบ๊ว
เรานี่สิ ไม่ใช่เลย ไม่น่ารัก แล้วก็ยังตัวใหญ่อีกด้วย

เฮ้อ... เศร้า

เอาเหอะ เอาฮา แต่รูปนี้มันฮาจริงๆ ไม่ไหวๆ

หมอกและควัน





...ได้อีก

ศัพท์ใหม่ ฮิตติดปากเราตอนนี้คือ "ได้อีก" ซึ่งติดมาจากเตยพร้อมกับหวัด



เมื่อวานนี้เกิดอะไรขึ้นมากมาย จับต้นชนปลายไม่ถูก
อยากจะบอกว่าฝีนสังขารตัวเองสุดๆ หรือนี่ชั้นแก่เกินไปสำหรับการเป็นแฟนคลับกอล์ฟไมค์จริงๆวะ
ป่วยรุนแรงอ่ะ ขับรถไปสอบที่มหาลัย ช่วงพักถึงขั้นต้องมานอนในรถเพราะมันจะเป็นลม
ขึ้นไปทำข้อสอบวิชาหลังนี่ปั่นเลย กลัวจะกลับมาที่เซ็นทรัลเวิร์ดไม่ทัน
ฝนก็ดันตก น้ำท่วม ขับได้แบบช้าๆ ปิดแอร์มาตลอดทางเพราะหายใจไม่ออก



มาถึงที่ ก็ยังไม่เห็นหัวทีมงานทั้งๆที่นัด 4 โมงครึ่งแท้ๆ
ได้เข้าจริงๆก็เกือบหกโมงได้มั้ง แล้วก็รีบๆเร่งๆ จะทำอะไรแต่ละทีก็เร่งเข้าไป



เอางี้ดีกว่า อย่าไปพูดถึงเรื่องที่ทำให้รู้สึกแย่
ไม่ใช่แค่ทีมงานหรอกนะ กับตัวน้องเองก็มีบ้าง แต่ไม่ใช่โดนกับตัวเองก็อย่าไปเล่าเลยดีกว่า



 



เข้าไปในงานปุ๊บ เค้าก็ให้ทำเหมือนว่าเราเป็นแฟนคลับที่มาเซอร์ไพร์สกอล์ฟไมค์
ให้กอล์ฟไมค์เอาผ้าผูกตาแล้วแฟนคลับยืนล้อมรอบ
พอแกะผ้าออกแฟนคลับก็ช่วยกันร้องเพลงนิปปอน กอล์ฟไมค์ก็ทำท่าตกใจอะไรแบบนี้
มีแซวไมค์กันแบบ เรียก พี่ไมค์ๆ แล้วไมค์หันมาพูดว่า "มีอะไร ป้า!" (ขอบคุณนะ)



ตอนโยนโบว์ลิ่งก็ให้แบ่งฝั่งกอล์ฟกับฝั่งไมค์ ผูกข้อมือช่วยกันโยน
เรามองไม่เห็นว่ากับคนอื่นเป็นยังไง
เพราะน้องบางคนก็ยืนถ่ายรูปอยู่ข้างๆตัวน้องตลอดเวลา (ข้าม...)
มันก็ตะกุกตะกักนิดหน่อย เพราะทีมงานก็ยืนสั่งอยู่ข้างหน้าว่าส่งลูกมาซิ ส่งลูกมาซิ
อยากจะถามว่า ทำไมไม่มาช่วยน้องหยิบ หรืออย่างนั้นก็ไม่น่าจะมาสั่งแฟนคลับ
มาร่วมงานเหมือนกัน ไม่ได้มาเป็นผู้ช่วยใคร
เรากับหมูก็เลยต้องยืนอย่างนั้น หมูคอยส่งลูกให้กอล์ฟ เราคอยส่งลูกให้ไมค์
แต่ก็ถือว่าเป็นความโชคดีเพราะไมค์ก็รับลูกไปแล้วก็แกล้งทำเป็นจะหล่น น่ารักดี
จนก็ได้เล่นคนเกือบสุดท้าย (เตยคนสุดท้าย)



ทีมงานก็ถามว่าใครยังเหลืออีกมั้ย ไม่งั้นหมดสิทธิ์แล้วนะ
เราก็ไปยืนถือลูกโบกมือหยอยๆอยู่ข้างหลัง อย่างที่บอก บางคนก็ยืนอยู่อย่างนั้นไม่ยอมขยับ
ไมค์ก็ชี้มาแล้วพูดว่า "เอ้า...เจ๊ส่งลูก... มาๆ" (พระเจ้าช่วย เรียกกันเจ๊เลยทีเดียว)
ไมค์ก็หยิบลูกจากมือเราไปถือไว้ แล้วเราก็เอาผ้ามาผูก
ผูกไปบ่นไปว่า ช่วยตัวเองสุดๆ ไมค์ก็บอกว่า "นั่นสิ ช่วยตัวเองสุดๆ"
ตอนโยนก็โยนๆไป ล้างท่อเลย (-_-") เราก็เลยพูดว่า เสียใจว่ะ
ไมค์ก็ตอบว่า
"จริง"



จบ...



หลังจากนั้นก็มานั่งล้อมๆกันที่โซฟา กอล์ฟก็พูดว่าจะขอบคุณแฟนคลับด้วยการร้องเพลงนิปปอนสดๆ
ก็ร้องกันไป แบบว่ากอล์ฟไมค์ทำเสียงเป็นจังหวะไปด้วย อย่างน่ารัก
ตอนว่างๆ มีแอบร้องเพลงนึงเป็นภาษาอังกฤษซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพลงอะไร ของใคร หรืออยู่ในอัลบั้มใหม่?
กอล์ฟร้องเพลงแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจให้ฟังหนึ่งท่อนด้วย เพราะมากมาย



แล้วก็มีส่งตัวแทนแฟนคลับสี่คนออกไปยืนเต้นเพลงนิปปอนแบบฮาๆ
เต้นไปเต้นมา กอล์ฟไมค์ทนไม่ไหว บอกว่า "มา... เดี๋ยวสอน" ก็สอนเป็นขั้นเป็นตอนกันเลยทีเดียว
ชอบสุด ที่ไมค์แซวยุ่งว่า "อายุก็เยอะแล้วน่ะนะ" เสร็จ พี่อ้อยทำหน้าแบบค้อนสุดๆ มาพูดเรื่องอายุ
ไมค์หันมาเห็นพอดี ก็ "อุ้ย..." แล้วยกมือไหว้พี่อ้อย ยิ้มกว้างมากๆอ่ะ ไม่รู้แอบสะใจหรือว่าไง
ไม่พอยังหันมาไหว้เรากับหมูซะงั้น เอ่อ...ไมค์ พี่ไม่ได้อายุเท่าพี่อ้อยนะ



สุดท้ายคือให้ถ่ายรูปโพลารอยด์ แล้วกอล์ฟไมค์เซ็นให้
ถือว่าเป็นของชิ้นเดียวที่ได้จากงานนี้
ได้รูปมาปุ๊บก็เก็บของ เดินออกมาเลย






 



จริงๆมันมีอะไรเยอะกว่านี้ แต่ไม่ใช่ส่วนของตัวเอง
มีเรื่องที่ทำให้ไม่ชอบใจ แล้วก็มีทั้งเรื่องที่น่ารักมากๆ



ความรู้สึกส่วนตัวก็ดีในระดับนึงนะ แต่ก็รู้สึกว่างานแบบนี้คงไม่เหมาะกับเราล่ะมั้ง
ขอบคุณพี่อ้อยจริงๆ ที่ทำให้ได้เข้าไป นั่งดูความน่ารักของน้อง
แต่เรารู้สึกว่าตัวเองอายุมากเกินไปสำหรับการใกล้ชิดกับกลุ่มคนมากมายแบบนี้
เราพยายามทำความเข้าใจว่า น้องหลายๆคน ณ ที่นั้นก็ไม่เคย หรือไม่ค่อยจะได้ใกล้กอล์ฟไมค์แบบนี้
ดังนั้นมันเลยทำให้เรารู้สึกว่า ชั้นทำได้แค่ยืนไกลๆ จะขอแค่มองให้เห็นก็ยังทำไม่ได้
ในขณะที่คนอื่นเค้ามุงๆน้องกัน เราก็ต้องมานั่งที่โซฟา



เหนื่อยเลย ปวดหัวก็ปวด กินไทลินอลติดกันไปสี่เม็ด งานเลิกกินอีกสองเม็ด



แต่ยังไง โดยรวมๆแล้วก็ต้องบอกว่ากับเรา ไมค์น่ารักจริงๆงานนี้
เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ยังไม่ได้พูดอะไร แล้วไมค์พูดมาก่อน ยิ้มให้บ้างไรงี้



มันก็ทำตัวลำบาก จะเข้าไปก็กลัวจะโดนหาว่า อะไรกัน ยังได้ไม่พออีกเหรอ
ถ้าเป็นคนที่จำหน้ากันไม่ได้ หรือเป็นเด็กๆ จะทำอะไรก็คงไม่ต้องคิดมากขนาดนี้
ไอ้จะไม่เข้าเลย ก็เอ๊ะ จะมาทำไมหรือนี่ สร้างความสับสนให้ตัวเองเป็นอันมาก



แต่ก็แปลกอย่าง... มันไม่ได้เขิน ไม่ได้กรี๊ดกร๊าด ไม่ได้แบบ... ยังไงล่ะ พูดไม่ถูก
คือ ก็น่าร๊าก... ขำ... เฮฮา... จบ... แค่นั้นอ่ะ ไม่ได้รู้สึกเก็บมาเพ้อหรือไรงี้เลย
อาการเพ้อเนี่ย เมื่อก่อน(นานมาแล้ว) ก็เป็นอยู่นะ เดี๋ยวนี้เฉยเชียว ไม่เข้าใจตัวเอง



 



จริงๆก็... ขอบคุณทีมงานเวคคลับ
เราว่าทีมงานก็พยายามเต็มที่ที่จะให้อะไรมันออกมาดูดี
ตอนแรกก็จะส่งรูปให้ทางเมลล์ แต่ก็ยังเปลี่ยนใจมาเป็นโพราลอยด์แทน คงอยากให้ประทับใจ
ก็เสียแค่ให้เวลาน้อยเกินไปสำหรับ 30 คน เลยวุ่นวายไปหน่อย
เค้าทิ้งท้ายไว้ว่างานหน้าเอาใหม่ แต่เราคงลาก่อนกับรายการนี้แล้วล่ะ
เล่นเอาแต่เด็กๆ คุยกับแฟนคลับก็ใช้เรียกแทนกอล์ฟไมค์ว่าพี่กอล์ฟพี่ไมค์ตลอด ฟังแล้วทะแม่ง



กลับไปยืนที่เดิมดีกว่า


 

about friends

เรากำลังคิดว่า บางที เราอาจจะไม่ใช่สัตว์สังคมเหมือนคนอื่นๆเค้ารึเปล่า
เพราะทุกครั้งที่เข้าไปอยู่ร่วมกับคนกลุ่มใดกลุ่มนึง
จนแล้วจนรอด
เราจะต้องรู้สึกอยากถีบตัวเองออกมาทุกที


การมีเพื่อนเยอะๆมันก็ดี แน่นอนล่ะ มันดีแน่ๆ แต่มันก็ตามมาด้วยปัญหามากมาย
มันก็เกิดจากการที่ถูกเลี้ยงดูมาจากต่างครอบครัว คิดไม่เหมือนกัน รู้สึกไม่เหมือนกัน


ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เราพบสัจธรรมอีกหลายข้อ
เราได้รู้ว่า การที่เราพูดอย่างที่เราคิด แสดงออกอย่างที่เรารู้สึก
เราอาจจะโดนมองว่าเป็นคนอารมณ์ร้าย
ในขณะที่ ถ้าเราทำต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่าง โกหกเอาตัวรอดไปวันๆ
ก็อาจจะทำให้ดูน่าเห็นใจ ทำอะไรไม่ผิดซะงั้น


แล้วเราก็ได้คิดเรื่องบุคลิกของตัวเอง ที่ใครต่อใครก็บอกว่าเราน่ากลัว
จะว่าไป ไอ้บุคลิกภายนอกของเราเนี่ย ก็สร้างปัญหาให้เรามาไม่รู้กี่หนต่อกี่หน
แต่จะให้แก้ก็ทำไม่ได้
เพราะยังไง๊ ยังไง ก็รู้สึกว่า มันก็เป็นเหมือนเกราะป้องกันตัวอย่างนึงของเรา
ช่วยคัดเลือกคนที่จะเข้ามาอยู่ด้วยกัน ถ้าเค้ารับเราได้ เค้าก็จะจริงใจกับเรา เราก็จะจริงใจกับเค้า


ความใจดี ใจกว้าง มันเป็นข้อดี ที่ทำให้มีแต่คนรัก
แต่มันก็เป็นข้อเสีย ที่ทำให้เรามักจะต้องเจ็บช้ำน้ำใจเพราะคนที่เรารักเสมอ


เรียกว่า เจอคนที่เค้าดีกับเรา มันก็ถือว่าโชคดีไป เจอคนมาหลอกใช้เนี่ยสิ มันจะแย่


ถึงจะดูว่าเราน่ากลัว แต่กับคนที่รู้จักก็ไม่เคยกล้าว่าเค้าออกไปตรงๆหรอกนะ
ในใจอาจจะอยากยังไง มันก็ไม่เคยจะพูดออกไปได้ซักที
เพราะคิดว่า บางที ก็ไม่อยากจะเอามาตรฐานความคิดของตัวเองไปวัดคนอื่น
เราคิดว่าแบบนี้มันดี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป


แล้วนั่นมันก็เป็นประเด็นสำคัญเลยล่ะ


เมื่อเราได้รู้จักใครซักคน แล้วเค้าทำให้เรารู้สึกว่าอดทนพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้
เราก็จะเซย์บาย ลาก่อนเลยทีเดียว
จะไม่มีการมานั่งดุด่าโกรธงอน หรือทำอะไรให้เค้ารู้สึกหรอกว่าชั้นไม่พอใจ
เพราะเราคิดว่า สันดานมันไม่ใช่จะเปลี่ยนกันง่ายๆ และเค้าไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนเพื่อเรา


คนเราน่ะ เมื่อทำอะไรโดยไม่นึกถึงความรู้สึกอีกฝ่ายแล้วล่ะก็
สำหรับเรา เราถือว่า อย่าคบกันต่อไปอีกเลย
ในเมื่อวันนี้เธอไม่แคร์ ไม่ใส่ใจว่าชั้นจะรู้สึกยังไง ชั้นก็ไม่คิดว่า วันข้างหน้าเธอจะคิดถึงชั้นขึ้นมาหรอก


อย่างนี้ล่ะมั้ง ปัจจุบันเลยไม่มีคนคบ ฮ่าๆ


แต่มันก็มีน่ะนะ ไม่กี่คน ที่เราตัดใจทำแบบนั้นไม่ได้
คนที่มันรักไปแล้วจริงๆ คนที่ฟันฝ่าผ่านเรื่องต่างๆมาด้วยกัน และคนที่ไว้ใจเราพอๆกับที่เราไว้ใจเค้า
สามแบ